วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2555

คลองสวน ๑๐๐ ปี

 
วันทำการสุดท้ายของปี สำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ก็ต้องหาทางหนีที่ไล่กลับบ้าน
และเกรงว่าจะมีรถติดแบบโคตร จึงวางแผนหนีเส้นทางพหลโยธินและมอเตอร์เวย์ และไหน ๆ ก็ไหน ๆ ก็หาเรื่องไปสำรวจทางน้ำดีกว่า ว่าแล้วก็เลาะคลองระพีพัฒน์ไปออกรังสิตเช่นเคย และคราวนี้เลาะไปทางลำลูกกา ผ่านมีนบุรี ผ่านลาดกระบัง
เรียกว่า หลงและหลุดโดยเจตนา ระหว่างทางเก็บภาพการก่อกำแพงกั้นน้ำแถวมีนบุรี และการเตรียมการแถวนิคมฯลาดกระบัง ที่ยังคงเร่งมือเตรียมรับน้ำปีหน้า แถวมีนบุรียังคงมีร่องรอยระดับอยู่เลย แต่คงเบื่อกันแล้ว เก็บไว้ว่ากันรอบหน้า ตลอดเส้นทางก็อยากจะแวะโน่นนี่ไปเรื่อย แต่เลยทุกที
และกระทั่งผ่านมาทางบางบ่อสมุทรปราการ และเกือบจึงถึงฉะเชิงเทราแล้ว ที่นั่นก็โอ้โห สะพานสุดโหด รถแทบเหาะ แต่เพราะเราไม่ชินเส้นทาง ใช้ความเร็วมากไป
และกระทั่งสุดท้าย หลุดมาสะดุดป้ายตลาดน้ำคลองสวน เข้าใจน้ำ เจอน้ำ ก็เจ๋งซิครับ คิดถึงสมาชิกโอเคฯ ว่าจะต้องเอาอะไรไปฝากซะหน่อยแล้ว เลยเลี้ยวแว๊บเข้าไป และหาที่จอด ตรงลานจอดกว้างใหญ่
โชคดีที่ผมเข้าไปตอนเย็นมากแล้ว นักท่องเที่ยวเลยบางตา ผมเลยเดินได้สะดวก และต้องทำเวลาด้วย
เอาละครับ นี่คือตลาดเก่า ตลาดน้ำคลองสวน ๑๐๐ ปี ภาพนี้มีนัยยะ ติดตามกันต่อนะครับ

ป้ายนี้บอกว่า (ชาวบ้านบอกอีกที) ตลาดเก่าฝั่งโน้นเขาเรียกว่าฝั่งสมุทรปราการ และอีกฝั่งคือฝั่งฉะเชิงเทรา เอ้านี้ผมอยู่ในตลาดสองจังหวัดเข้าให้แล้ว ส่วนคลองตรงหน้า ก็เป็นคลองแบ่งตลาด ผมไม่ได้ถามชื่อมาซะด้วย

ป้ายยินดีต้อนรับครับ

ป้ายเก่าดั้งเดิม

ตู้ทิ้งหนังสือ แต่ผมว่าเป็นตู้ไปรษณีย์มากกว่า แต่ไม่ได้ถามว่ายังมีใครมาทิ้ง หรือมีคนมาไขอีกหรือไม่

สภาพคลองครับ แม้ไม่สะดุดตา แต่ก็เดิม ๆ

เอาละซิเจอสะพานสูงซะแล้ว ชื่อว่า สะพานอัศวาทิตย์ (น่าจะใช่) จะลองขึ้นไปดูกัน ว่าสะพานยังใช้ได้หรือเปล่า

ยังใช้ได้ครับ สูงน่าดู ยิ่งขึ้นไปเข่ายิ่งอ่อน ก็มันโยกเยกนะ ทน ๆ เอา ขอเก็บภาพก่อนละกัน


ครับเก็บภาพมุมสูง จะเห็นว่าเป็นตลาดที่ยาวมาก ๆ ยาวเกือบจะซักกิโลเมตรแนะครับ

ถ่ายจากสะพานครับ


ภายในตลาด เต็มไปด้วยของเก่า ๆ จริง ๆ ของใหม่ก็มี ของกินของใช้ ร้านตัดผม และร้านทอง (มีตำรวจเฝ้าด้วย)


ภาพนี้ขณะเดินข้ามสะพานจากฝั่งสมุทรปราการ จะเข้าเขตตลาดฉะเชิงเทรา ที่ตอนแรกก็ไม่ทราบว่ามันอะไรกันนี่


ภาพคลองสวย ๆ อีกช็อตนึง

นี่แหละครับ สัญญลักษณืสะพานแสดงว่าตลาดซ้ายขวา และเป็นสถานที่สำหรับการถ่ายรูป แต่บินเดี๋ยวเลยไม่มีภาพตัวเองซะนี่

เอ้ายังมีเรือวิ่งอยู่เลย เอ้าไว้วันหลังมาเหมาลำกันซะหน่อย วิ่งให้ตลอดคลองซะเลย


นี่ครับ ขนมตะโก้ แบบดั้งเดิม ที่ตะก่อนจะสอดไส้ด้วยลูกแก้ว ให้เด็กซื้อกิน เพราะอยากได้ลูกแก้ว แต่คงมีติดคอเด็กมั้งครับเลยเลิกกันมานานแล้ว

ขอโฆษณาหน่อยนะครับ บอกอ

นี่แหละครับสะพานเชื่อมสองจังหวัดของจริง ไม่สูงนักแต่ก็เสียว กลัวกล้องจะตกน้ำ

ประตูร้าน เก่าลายครามจริง ๆ กว่าร้อยปีมังครับ


นี่คือร้านตัดผม มืดไปซักหน่อยเพราะเย็นแล้ว มีแต่ตัดผม ไม่มีนวดนะครับ ผมจำได้ว่าแหล่งผลิตที่นั่งตัดผม มาจากสะพานเหลืองทั้งนั้น ไอ้ที่จำได้เพราะขึ้นแท่นเมื่อไหร่ก็เห็นชื่อ สะพานเหลือง ตรงที่พักเท้าทุกที่ ใครบ้างไม่เคย

ท่าเรือโดยสารครับ ไม่ค่อยมีคนมารอใช้บริการมากนัก

ถาพตลาดฝั่งสมุทรปราการ

เอาซะลิ เจอพญานาคเข้าแล้ว ตัวนี้มันกินน้ำ ผับ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เอ๊ะส่งน้ำไปไหน

อ้อ ส่งน้ำมาลงตรงร้านอาหารลอยน้ำนี่เอง เตรียมรอรับนักท่องเที่ยว ที่มีหลากหลายชาติ จะเยอะหน่อยก็ชาวจีน ชาวญี่ปุ่น


ภาพสมเด็จพระเทพฯ เสด็จมาพระราชทานรางวัลปี ๒๕๔๗

นี่ครับรางวัลจริง ๆ ยังอยู่ตรงนี้ครับ ในฐานะสถาปัตยกรรมดีเด่น

เจอภาพเขียนตรงทางเข้าฝั่งสมุทรปราการครับ

และนี่คือ ของติดมือมากฝากสมาชิก ถอยเฟอรารี่เด็กเล่น เก่า ๆ มาสองคัน รถสกูตเตอร์เก่ามาสองคัน และตะเกียงน้ำมันมา ๔ ลูก และขนมตะโก้สองสามชิ้น

เวาสป้า เฟอรรารี่

ตะเกียงน้ำมันก๊าด ใช้ได้ครับ ของใหม่แต่ทำให้ดูเก่า ก็ของเก่าที่ไหนจะเหลือจนถึงทุกวันได้ทั้งหมดละครับ ใครมาก็ซื้อไปหมด

ใบนี้ตั้งโต๊ะก้ได้ จะแขวนก็ได้ จะหิ้วไปมาก็ได้
ผมซื้อมาหลายใบก็เพราะเตรียมการฉลองปีใหม่ แบบโรแมนติกกับแสงตะเกียงนะครับ
ออกมาจากตลาดแล้ว รู้สึกเหมือนกระโดดผ่านกระจกทวิภพอย่างไรอย่างนั้น
ผมซักถามคนขายเรื่องต่าง ๆ และเรื่องน้ำท่วมอย่างระวัง ว่าคนที่กำลังขายของให้ผมนั้นเธอเป็นคนสมัยไหน เสียว ๆ ยังงัยไม่รู้
แต่ทราบว่า แถบนี้ไม่เจอปัญหาน้ำท่วมครับ เพราะลำคลองแถบนี้มีการระบายได้ดี และทางการมีปั๊มจัดไว้เยอะมาก

ครับตลาดเก่า คลองสวน 100 ปี เก่าจริง ตั้งอยู่ที่อำเภอบางบ่อ จะเข้าทางฉะเชิงเทราก็ได้ จากลาดกระบังก็ได้
หากปีใหม่นี้ ท่านยังไม่มีแผนที่จะไปไหนไกล ๆ ก็ลอง ๆ แถวนี้ก็ได้นะครับ
ใกล้ ๆ กันนั้นมีแหล่งแสดงภาพเก่า ๆ และบรรยากาศเก่า ๆ มากมาย น่าสนใจจะไปเยี่ยมอีกครั้งจริง ๆ ครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น